หลักการและเหตุผล
 
ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2550 ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเยาวชนจำนวน 29 คน และผู้นำ
คณะเยาวชนไทยอีก จำนวน 1 คน รวมทั้งสิ้น 30 คน เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี
2550 ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 34 ปี โดยมีรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นเป็น
ผู้ให้การสนับสนุนในค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของโครงการ และรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียนให้การสนับสนุน
เพิ่มเติมในค่าใช้จ่ายบางส่วน โครงการนี้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนประเทศ
ญี่ปุ่นและเยาวชนประเทศสมาชิกอาเซียน และมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในประเทศสมาชิกที่เข้าร่วม
โครงการให้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง
ประเทศญี่ปุ่นและประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งนี้ โครงการเรือเยาวชนฯ ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วและบรรลุ
ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น แต่อย่างไรก็ตามผลสำเร็จของโครงการมิได้สิ้นสุดเพียงแต่ว่าได้ดำเนินการ
แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด กิจกรรมต่าง ๆ ที่เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้ร่วมกิจกรรม อาทิ กิจกรรม
สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การอภิปรายทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การเยี่ยมชมสถานที่
สำคัญ การเข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญ และการพักกับครอบครัวเจ้าภาพ เป็นต้น โดยในกิจกรรมที่กำหนดใน
โครงการฯ ประกอบไปด้วยกิจกรรมทางวิชาการ พิธีการ และกิจกรรมสันทนาการ สำหรับกิจกรรมทางวิชาการ
ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโครงการได้ดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยกิจกรรมได้มีการแบ่งกลุ่ม
สนทนาและอภิปรายทางวิชาการในหัวข้อที่กำหนดและมีการระดมความคิดของเยาวชนจากประเทศต่าง ๆ
ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างความตระหนัก สร้างการรับรู้ วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และวิเคราะห์แนวทาง
การป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่เป็นประเด็นในการอภิปราย โดยผลสำเร็จของกิจกรรมนี้ได้มีการนำเสนอ
สรุปให้กับทางรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งในปีนี้คณะเยาวชนจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ให้คำมั่นสัญญา
และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าจะให้สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการ ประสบการณ์จากการได้ร่วม
กิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการ และแนวคิดที่ได้จากการระดมความคิดและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มาประยุกต์
ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม ประเทศชาติ และภูมิภาค สำหรับที่ประชุมของคณะเยาวชนประเทศไทย
ที่เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาค์เนย์ ประจำปี 2550 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการและแนวคิดในการต่อยอด
กิจกรรมจากการอภิปรายทางวิชาการของเยาวชนประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยเห็นชอบให้มีกิจกรรม
เพื่อสังคมในประเทศไทย เน้นหนักในกิจกรรมประเภทเยาวชนอาสาสมัคร ซึ่งต้องเป็นกิจกรรมที่โน้มน้าวให้เยาวชน
ไทยหันมาใส่ใจกับปัญหาสังคม ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาสังคม และส่งเสริมกิจกรรมของเยาวชนให้อยู่ใน
ขอบเขตที่เหมาะสมและพึงประพฤติปฏิบัติ จากมติดังกล่าวที่ประชุมได้มีการระดมความคิดเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ
ในสังคมไทย และลำดับความสำคัญ ตลอดจนศึกษาความเป็นไปได้ในการผสานแนวคิดเกี่ยวกับกิจกรรมของเยาวชน
อาสาสมัครกับการแก้ปัญหาสังคมไทยปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่คณะเยาชนชุดนี้ได้ตระหนักคือปัญหาความยากจน ปัญหา
เรื่องการศึกษา ปัญหาเรื่องสาธารณสุข และปัญหาด้านการพัฒนาเยาวชน ของเยาวชนชาวเขาในเขตพื้นที่อำเภอ
ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเยาวชนในพื้นที่ดังกล่าว มากกว่าร้อยละ 90 เป็นชาวเขา ระดับการศึกษาต่ำ ครอบครัว
มีฐานะยากจน และอาศัยอยู่บนพื้นที่ที่สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง ลำบากในการคมนาคม ทำให้การกระจายความเจริญ
และเทคโนโลยีไม่ทั่วถึงพื้นที่ดังกล่าว ตลอดจนประชากรในพื้นที่ดังกล่าวขาดโอกาสทางสังคมที่ควรจะได้รับหลายเรื่อง
โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและการกระจายรายได้ ชาวแม่ฮ่องสอนที่ได้รับการศึกษาสูงส่วนใหญ่จะเข้ามาทำงานใน
เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น และสงขลา เป็นต้น สิ่งนี้เป็นประเด็นปัญหาสมองไหล ซึ่งน้อยคน
ที่มีโอกาสได้รับการพัฒนาด้านการศึกษาจะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยปัญหา
ของประชากรในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องให้ความสำคัญและช่วยกันแก้ไขปัญหา แม้ว่าปัญหาที่
เกิดขึ้นจะเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยการแก้ไขในระยะยาว แต่อุดมการณ์ในแนวคิดร่วมกันที่ว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว
แม้จะแก้ไขยาก แต่ก็ต้องริเริ่มที่จะแก้ไข เพราะการไม่คิดที่จะทำสิ่งใดเลยนั่นก็คือการไม่เริ่มต้น แม้ว่าปัญหาที่หยิบยก
ขึ้นมาจะเป็นสิ่งยากที่จะแก้ไขให้หมดไปแต่ความเชื่อมั่นที่ว่าหากเรามีเจตนาและความพยายามแล้วอุปสรรคที่อยู่ข้างหน้า
ย่อมไม่ยากเกินความสามารถที่จะทำได้ โดยอยู่ในฐานความคิดของกรอบการดำเนินการที่ว่า ให้คนในชุมชนเกิดความรัก
ในชุมชน คิดวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบปัญหาในชุมชนตนเอง และนำไปสู่การพัฒนาด้วยตนเองที่เป็นวัฎจักรที่พึ่งพา
ตนเอง ในลักษณะชุมชนรู้ปัญหา คิดปัญหา ตระหนักในปัญหา และแก้ไขปัญหาด้วยชุมชนเอง อนึ่ง จากความร่วมมือและ
ความตั้งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพื่อสังคมไทยของเยาวชนไทยที่เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี
2550 ได้วางแนวทางในการดำเนินโครงการ โดยใช้กิจกรรมเยาวชนอาสาสมัครลงพื้นที่พัฒนาเยาวชนโดยเน้นการให้
ความรู้ ปลูกจิตสำนึก และเสริมสร้างความสนุกสนาน ตลอดจนสานสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและ
เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ อาศัยกิจกรรมต่าง ๆ มีการวางแนวทางการพัฒนาในความต่อเนื่องและมุ่งผลสำเร็จของ
โครงการระยะยาว ตามหลักการที่เน้นให้เยาวชนในพื้นที่ตระหนักถึงปัญหาในท้องที่ของตนเองด้วยตนเอง และรู้จักแก้ไข
ปัญหาของตนเองด้วยการระดมความร่วมมือของคนในสังคมว่าควรดำเนินการเช่นไร ต้องทำอย่างไร วางแผนอย่างไร
และจะบรรลุผลสำเร็จด้วยวิธีใด กล่าวคือ ฝึกให้เยาชนในพื้นที่รู้จักคิด รู้จักทำ ซึ่งผลสำเร็จของการฝึกเยาวชนให้รู้จักคิด
รู้จักทำด้วยตนเอง จะทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากคนภายนอกชุมชน ดังสุภาษิตที่ว่า
“ให้ปลาฉันหนึ่งตัว ฉันกินได้ 1 มื้อ สอนให้ฉันจับปลา ฉันกินได้ตลอดชีวิตฉัน” อนึ่ง ความคาดหวังที่ว่าโครงการนี้จะ
ประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น องค์ประกอบในการวางแนวคิดนั้นต้องขอขอบคุณโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ และ
รัฐบาลประเทศที่ให้การสนับสนุน ที่ทำให้กลุ่มเยาวชนไทยที่เข้าร่วมโครงการได้มีประสบการณ์ เพิ่มพูนความรู้ และเกิด
แนวคิดที่เป็นผลจากการแลกเปลี่ยนกันระหว่างเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนฯ ด้วยกัน สิ่งนี้เป็นพื้นฐานหลักและ
เป็นการจุดประเด็นความคิดในการดำเนินการ ตลอดจนแนวทางในการบริหารโครงการ อนึ่ง ในปี พ.ศ. 2551 ได้มี
การดำเนินการโครงการรักบ้านเกิด ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11-15 มกราคม 2551 ณ โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้า อำเภอปางมะผ้า
จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีคณะเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2551 ร่วมกิจกรรม จำนวน
15 คน แบ่งเป็นคณะเยาวชนจากประเทศไทย จำนวน 12 คน คณะเยาวชนจากประเทศมาเลเซีย 2 คน และเยาวชนจาก
ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 1 คน การดำเนินการครั้งนั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยผลจากการประเมินที่ได้จาก
การประชุมประเมินผลระหว่างโครงการระหว่างคณาจารย์ ตัวแทนนักเรียน และเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ทุกฝ่ายต่าง
มีความพึงพอใจในการดำเนินการของโครงการ และเห็นชอบให้มีการจัดโครงการเช่นนี้ในปีถัดไป และดำเนินการอย่าง
ต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นปัจจัยผลักดันให้เกิดโครงการรักบ้านเกิด ครั้งที่ 2 และโครงการรักบ้านเกิดได้รับความเห็นชอบ
ให้เป็นกิจกรรมประจำปีของสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทยด้วย โดยครั้งที่ 2 ของโครงการรักบ้านเกิด
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9-13 มกราคม 2552 โดยใช้สถานที่เดิม คือโรงเรียนศุนย์ปางมะผ้าในโครงการตามพระราชดำริ อำเภอ
ปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเยาวชนอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 14 คน จากผลการดำเนินการทั้ง 2 ครั้ง
ได้มีการนำโครงการรักบ้านเกิดไปต่อยอดขยายผล อาทิ โรงเรียนได้นำเทคนิคการร้อยลูกปัดที่เยาวชนอาสาสมัครสอน
ให้แก่นักเรียนเมื่อครั้งการจัดกิจกรรมรักบ้านเกิด ครั้งที่ 1 สอนเป็นหลักสูตรเสริมให้แก่นักเรียน และทางโครงการเอง
ก็ได้ส่งอุปกรณ์และวัสดุในการทำสร้อยลูกปัดไปให้ทางโรงเรียนเพิ่มเติม ทำให้กิจกรรมการร้อยลูกปัดซึ่งเป็นกิจกรรม
ที่นักเรียนหรือเด็กชาวเขาให้ความสนใจเป็นกิจกรรมที่ได้รับการต่อยอดและมีความต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้วเมื่อวันที่
21-23 มีนาคม 2552 ก็ได้มีการนำครูและนักเรียนโรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าในโครงการตามพระราชดำริ จำนวน 8 คน
เดินทางไปเข้าร่วมโครงการแด่น้องผู้มีความหวัง ครั้งที่ 19 ณ ค่ายมหาสรุสีหนาท จังหวัดระยอง โดยโครงการแด่น้อง
ผู้มีความหวังเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กที่ด้อยโอกาส หรือมีความพิการในด้านต่าง ๆ ได้มีโอกาสสักครั้งในชีวิต
ที่จะได้เล่นน้ำทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความฝันของเด็กกลุ่มนี้ การพาเด็กชาวเขาไปเล่นน้ำทะเลจึงมีความหมายและ
มีความสำคัญต่อเด็กอย่างมาก นี่เป็นเพียงความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนไม่อาจคาดได้ถึงความสุขของคนที่ไม่มี
โอกาสแต่กลับได้โอกาสนั้น เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการแด่น้องผู้มีความหวัง คือต้องเป็นเด็กดี ช่วยเหลืองาน
โรงเรียน ซึ่งเงื่อนไขนี้จะช่วยส่งเสริมให้เด็กได้ทำความดีเพื่อที่จะถูกทางโรงเรียนคัดเลือกให้มาร่วมโครงการแด่น้อง
ผู้มีความหวังในปีต่อไป นอกจากนี้แล้วในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2552 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่เรือฟูจิมารู
เข้าท่าเรือกรุงเทพ เพื่อดำเนินกิจกรรมระหว่างการดำเนินงานโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2552
อย่างที่ทราบกันดีว่า โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดโครงการรักบ้านเกิด ดังนั้น ทางฝ่าย
บริหารโครงการรักบ้านเกิดจึงพยายามสร้างความเชื่อมโยงของทั้งสองโครงการให้เกิดภาพที่ชัดเจน จึงนำคณะครู
และนักเรียน จำนวน 5 คน จากโรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าฯ เดินทางลงกรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ
เรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2552 ตั้งแต่ร่วมกิจกรรมพบปะครอบครัวเจ้าภาพ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2552 และ
ร่วมกิจกรรมงานเลี้ยงสังสรรค์อดีตเยาวชนที่เคยเข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ บนเรือฟูจิมารู ในวันที่
3 ธันวาคม 2552 นอกจากนี้ก็ได้ร่วมพิธีส่งเรือ และขึ้นชมเรือในช่วงเปิดให้ชมเรือ กิจกรรมใน 3 วันที่ครูและนักเรียน
โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าฯ ได้ร่วมนี้ทำให้การมองภาพโครงการทั้งสองโครงการชัดขึ้น และเป็นการสร้างโอกาสดี ๆ ให้
แก่ครูและนักเรียนที่อาจจะหาโอกาสร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้น้อยมาก นอกจากนี้แล้วครูและนักเรียนยังได้มีโอกาส
แนะนำโครงการรักบ้านเกิดให้แก่ผู้ร่วมงาน/กิจกรรมในช่วงที่เรือฟูจิมารูเข้าท่าเรือกรุงเทพตามโครงการเรือเยาวชน
เอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2552 อย่างไรก็ตาม การขยายผลโครงการรักบ้านเกิดมิได้เพียงกิจกรรมสองกิจกรรมข้างต้น
เท่านั้น การขยายผลครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ เดือนมกราคม 2551 เมื่อนายพิชิต ธิอิ่น ผู้อำนวยการโครงการ
รักบ้านเกิดได้นำโครงการรักบ้านเกิดรายงานในห้องเรียนวิชาการวางแผนและประเมินผล ซึ่งเป็นรายวิชาในหลักสูตร
การเรียนการสอนระดับปริญญาโท สาขาวิชานิเทศศาสตรพัฒนาการ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต สถาปิตานนท์ เป็นอาจารย์ผู้สอน การรายงานครั้งนั้นได้รับความสนใจจาก
อาจารย์ละนิสิตเป็นอย่างมาก ยิ่งกว่านั้นรองศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาต ยังยกโครงการดังกล่าวเป็นต้นแบบกรณีศึกษา
โดยให้นิสิตในห้องเรียนใช้วิชาการความรู้ที่ได้เรียนมาในรายวิชาประยุกต์และพัฒนาแนวคิดในการพัฒนาโครงการ
รักบ้านเกิด นับแต่วินาทีนั้นกระบวนการคิดและพัฒนาโครงการก็ได้เกิดขึ้น จนเป็นที่มาของโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็น
ห้องสมุด โครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุดนี้เกิดจากแนวคิดที่ต้องการถามนักเรียน ครู โรงเรียนและชุมชนว่าการที่
โครงการรักบ้านเกิดไปจัดกิจกรรมนันทนาการวันเด็กให้นั้น มันเป็นเพียงการตอบสนองที่ทางโครงการคิดว่าสิ่งเล็ก ๆ
น้อย ๆ ที่เป็นความสุขของเด็กจะทำให้เด็กมีความสุข แต่ในความสุขและความต้องการที่แท้จริงของสังคมและชุมชนคือ
อะไร คำตอบที่เราไม่คาดถึงคือไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครู โรงเรียน ชุมชน ต่างต้องการห้องสมุดซึ่งเป็นสิ่งที่เคยมีและ
ขาดหายไปในท้องถิ่น เนื่องจากถูกภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมเมื่อปี 2548 และไม่ได้รับการซ่อมแซมบูรณะเลย จากปัญหา
ที่เป็นโจทย์ตั้งบรรดานิสิตปริญญาโท นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้แสวงหาแนวทางในการได้มาซึ่ง
ห้องสมุดสำหรับเด็กชาวเขาสักหลังหนึ่ง เทคนิค กลยุทธ์ และแนวคิดต่าง ๆ ถูกรวบรวมประยุกต์ปรับปรุงเป็นโครงการที่
เน้นหลักที่การมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นกระแสนิยมของสังคมยุคปัจจุบัน เป็นการระดมทุนก้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนจำนวนมาก
เพื่อนำรายได้มาสร้างห้องสมุด มีการผลิตดินสอแท่งสีเทาธรรมชาติ ข้างดินสอสลักข้อความว่า "ดินสอแท่งนี้จะเปลี่ยน
ความฝันของเด็กให้กลายเป็นห้องสมุด" ดินสอถูกผลิตมา จำนวน 40,000 แท่ง จำหน่ายในราคาแท่งละ 10 บาทและ
สำหรับโปรแกรมการจำหน่ายสำหรับผู้ที่มีฐานะมี 2 ระดับ คือขายเป็นกล่องผ้าไหม จำนวน 10 แท่ง ราคา 2,000 บาท
และอีกรูปแบบหนึ่งคือเรียงดินสอประมาณ 20 แท่ง ลงในกรอบหลุยส์สวยงามขายในราคากรอบรูปละ 10,000 บาท
โดยโปรแกรมทั้งสองจะมีการออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้บริจาคเงินสนับสนุนโครงการเพื่อใช้สำหรับการลดหย่อน
ภาษีประจำปีด้วย แนวทางนี้มีเป้าหมายของการระดมทุนที่ 300,000 บาท ซึ่งเป็นงบประมาณในการก่อสร้างห้องสมุด
ที่ทางโรงเรียนคาดการณ์ไว้ ความสำเร็จของโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุดเกิดที่การใช้สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ง่าย ๆ
ของความเป็นเด็ก และการเรียนรู้ เช่นดินสอมาเป็นจุดขาย เน้นการมีส่วนร่วมของคนจำนวนมากจากการขายดินสอ
แท่งละ 10 บาท เพื่อเก็บเป็นก้อนใหญ่สร้างสิ่งก่อสร้างราคาหลายแสนบาท โครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุดได้รับ
การตอบรับอย่างดีจากสื่อมวลชน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีการเปิดแถลงข่าวโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็น
ห้องสมุด มีตัวแทนองค์กรและหน่วยงานที่ร่วมมือกันสรรค์สร้างโครงการให้เกิด อาทิ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและ
พิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.) สมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย และ
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องประชุม ดร. เทียม โชควัฒนา อาคาร 1
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผู้เข้าร่วมการแถลงข่าวที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นักการเมือง
ท้องถิ่น ผู้บริหารสื่อมวลชน ดารานักแสดง และนางสาวไทย ตลอดจนในกิจกรรมการแถลงข่าวดังกล่าวได้มีตัวแทน
นักเรียนโรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าฯ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ในความสำเร็จของการขยายผลโครงการทำให้เกิด
แนวทางในการปฏิบัติของโครงการรักบ้านเกิดที่ต่อเนื่องและเติบโตพัฒนาในการสร้างสรรค์เชิงสังคม จึงเป็นกำหนดการ
ที่ชัดเจนว่าโครงการรักบ้านเกิดครั้งที่ 3 จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และในปี 2553 นี้ ได้กำหนดวันในการดำเนินการ
โครงการรักบ้านเกิด ครั้งที่ 3 แล้ว คือวันที่ 9-10 มกราคม 2553 รายละเอียดปรากฎในหน้าเว็ปตามลิ้งค์นี้ ::: คลิก :::
 
วัตถุประสงค์
 
1) เพื่อบรรเทาปัญหาเยาวชนในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกี่ยวกับปัญหาด้านการศึกษา ปัญหา
ด้านสาธารณสุข ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และปัญหาทางสังคมในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่
2) เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็น
เยาวชนที่ขาดโอกาสในหลาย ๆ ด้าน กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี
2550 โดยอิงในหลักการให้คำปรึกษา แนะนำ และเป็นเพื่อน พี่น้องที่จะคอยดูแลเอาใจใส่กันต่อไปในอนาคต
3) เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชนในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสนให้มีคุณธรรมและสำนึกรัก
ในบ้านเกิด ใส่ใจกับปัญหาในท้องที่ รู้จักหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในท้องที่ด้วยตนเอง อีกทั้งสามารถ
พึ่งพาตนเองได้ในชุมชนด้วยความร่วมมือในชุมชนที่ตนเองสร้างขึ้นเอง
4) เพื่อสร้างความต่อเนื่องของโครงการให้เกิดการขยายผล และเป็นการติดตามผลการดำเนินการให้มี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
พื้นที่ดำเนินการ
 
โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้าในโครงการตามพระราชดำริ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
ระยะเวลาในการดำเนินการ
 

ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11-15 มกราคม 2551
ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9-13 มกราคม 2552
ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9-10 มกราคม 2553

 
งบประมาณในการดำเนินการ
 

ครั้งที่ 1
ใช้งบประมาณในการดำเนินการ ประมาณ 40,000 บาท
(สนับสนุนโดยอดีตคณะเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ รุ่นที่ 34)

ครั้งที่ 2
ใช้งบประมาณในการดำเนินการ ประมาณ 40,000 บาท
(ครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายสนับสนุนโดยอดีตคณะเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ รุ่นที่ 34
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งสนับสนุนโดยสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย)

ครั้งที่ 3
ใช้งบประมาณในการดำเนินการ ประมาณ 50,000 บาท
สนับสนุนงบประมาณจากสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย เป็นเงิน 20,000 บาท
และจากผู้ใหญใจดีจำนวน 15 ราย เป็นเงิน 14,390 บาท
เนื่องจากปีนี้รายจ่ายมีมากกว่ารายรับ เป็นเงิน 15,610 บาท
จึงนำเงินจากโครงการเปลี่ยนดินสอให้เป็นห้องสมุด ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดจากโครงการรักบ้านเกิด
มาใช้สมทบในการทำกิจกรรมดังกล่าว ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณโครงการปีนี้
สามารถดำเนินการไปได้ ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณในการดำเนินการ

 
การจัดหางบประมาณ
 
ขอรับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐและเอกชน คณะบุคคลและบุคคล
สำหรับเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ รับผิดชอบค่าเดินทางส่วนตัวเอง
สำหรับค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โครงการจะจัดหางบประมาณสนับสนุนให้กับเยาวชนอาสาสมัครเอง
 
การประเมินผล
 
ประเมินจากการประชุมร่วมระหว่างครูใหญ่ ตัวแทนอาจารย์ ตัวแทนนักเรียน และผู้เข้าร่วมโครงการ
 
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
 
1) การรับรู้ ทัศนคติ ค่านิยมและความคิดของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะ
ทางบวก กล่าวคือ รู้จักที่จะคิดวิเคราะห์ปัยหาในชุมชน หาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาของชุมชนและเกิดพฤติกรรม
การพัฒนาในประเด็นปัญหาของชุมชน ตลอดจนมีจิตสำนึกในการรักชุมชนบ้านเกิดของตนเอง
2) ความสนุกและความรู้ที่สอดแทรกในกิจกรรมส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมที่พึงประสงค์
3) ปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสมในการสื่อสารระหว่างนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการและเยาวชนที่
เข้าร่วมโครงการ มีการติดต่อสื่อสารในเชิงที่ปรึกษา แนะนำ และให้ความรู้ เสริมแนวคิดในการดำเนินชีวิตประจำวัน
 
ผู้รับผิดชอบโครงการ
 

ที่ปรึกษา

คณะกรรมการบริหารโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2550 (รัฐบาลญี่ปุ่น)                   
นายชัย นิมมากร
นายกสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย 
กรรมการบริหารสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย              
สำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ (สท.)
นางสาวแสงดาว  อารีย์ 
หัวหน้าคณะเยาวชนตัวแทนประเทศไทย โครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2550

ผู้อำนวยการโครงการ

นายพิชิต ธิอิ่น
เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2550

ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการ

นายภานุวัฒน์ ฉลองความดี
ผู้นำเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2550
นางสาวดนยา นิ่มสิทธิกุล
ผู้ช่วยผู้นำเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2550

ดำเนินการโดย  

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2550 และ
สมาชิกสมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย   

 
ขอขอบพระคุณอย่างสูง / Specail Thanks
 

สมาคมเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทยแกรนด์สปอร์ตบริษัท ยูโรเปี้ยน แอคเค้าท์แต้นท์ จำกัด